|
หลักสูตรการอบรมวิปัสสนากรรมฐานในแนวทางของท่านอาจารย์อูบาขิ่นที่สอนโดยท่านอาจารย์โกเอ็นก้าตามศูนย์ต่างๆ ทั้งหมดในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางนั้น มิอาจเกิดขึ้นได้เลย หากปราศจากหนึ่งในผู้บุกเบิกสำคัญอย่างอาจารย์สุทธี ชโยดม ท่านเป็นผู้ที่มีคุณูปการอย่างยิ่งยวดต่อวงการวิปัสสนากรรมฐาน ในแนวทางนี้ในประเทศไทย เพราะนอกจากจะเป็นกำลังหลักในการริเริ่มก่อสร้างศูนย์ปฏิบัติวิปัสสนาแห่งแรกในประเทศไทยขึ้นเมื่อกว่าสามทศวรรษก่อน (ร่วมกับอาจารย์ นิรันดร์ ชโยดม สามีของท่าน ซึ่งได้เสียชีวิตไปเมื่อหลายปีที่แล้ว) รวมถึงศูนย์ฯ วิปัสสนาอื่นๆ ที่ตามมาอีกหลายแห่ง ที่สำคัญท่านยังเป็นผู้ที่ทุ่มเทเวลาอย่างมากให้กับการแปลคำสอนทั้งหมดของท่านอาจารย์โกเอ็นก้า นับตั้งแต่หลักสูตร 10 วัน หลักสูตรสติปัฏฐาน หลักสูตร 3 วัน หลักสูตรระยะยาวทั้ง 20-30-45 และ 60 วัน ด้วยความวิริยะยิ่ง เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้ปฏิบัติ นอกจากนี้ ด้วยความที่ท่านจบอักษรศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมีอุปนิสัยชอบศึกษาค้นคว้า อีกทั้งเป็นนักอ่านตัวยง ทำให้ท่านต้องเข้ามารับหน้าที่เป็นบรรณาธิการจุลสารวิปัสสนาอยู่นานหลายปี รวมถึงเป็นที่ปรึกษาของกองบรรณาธิการจุลสารวิปัสสนาในเวลาต่อมา ท่านมีภารกิจล้นมือที่ต้องรับผิดชอบกิจกรรมต่างๆ ของศูนย์ฯ ทั้งหมดในประเทศไทย ตลอดจนงานอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมายเป็นพิเศษจากท่านอาจารย์โกเอ็นก้า อาจารย์สุทธี ชโยดมได้เข้ามาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานแนวทางนี้เป็นครั้งแรกที่วัดชลประทานรังสฤษดิ์ ในปี พ.ศ. 2531 ซึ่งเป็นการจัดอบรมนอกสถานที่ โดยอาจารย์ผู้ช่วยชาวต่างชาติ เพราะในขณะนั้นยังไม่มีศูนย์ฯ ในประเทศไทย กระทั่งต่อมาในเดือนมีนาคม ปีพ.ศ. 2533 ท่านอาจารย์โกเอ็นก้าได้เดินทางมาประเทศไทย เพื่ออำนวยการสอนวิปัสสนาด้วยตนเองที่ธรรมสถานว่องวานิช โดยในครั้งนี้อาจารย์สุทธีได้เข้ามาทำหน้าที่เป็นล่ามให้แก่ผู้ปฏิบัติชาวไทย การอบรมครั้งนั้น สามีของท่านคืออาจารย์นิรันดร์มาเข้าร่วมการอบรมด้วยเป็นครั้งแรก ภายหลังเสร็จสิ้นการอบรม อาจารย์นิรันดร์และอาจารย์สุทธี ตลอดจนคณะศิษย์กลุ่มเล็กๆ ที่มีศรัทธาอันแรงกล้า ได้เล็งเห็นความสำคัญของการเผยแผ่วิธีการปฏิบัติแนวทางนี้ในประเทศไทย จึงได้ร่วมหารือกันจนนำไปสู่การจัดตั้งมูลนิธิส่งเสริมวิปัสสนากรรมฐานภายใต้พระสังฆราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 โดยมีอาจารย์นิรันดร์และอาจารย์สุทธี เป็นกำลังหลักสำคัญในการสำรวจหาที่ดินเพื่อดำเนินการก่อสร้างศูนย์ฯ แห่งแรกในปีเดียวกันนั้นเอง รวมทั้งศูนย์ฯ ต่างๆ ในเวลาต่อมา ท่านได้รับการแต่งตั้งจากท่านอาจารย์โกเอ็นก้า ให้ทำหน้าที่เป็นอาจารย์ผู้ช่วย (Assistant Teacher) ดำเนินการอบรมวิปัสสนากรรมฐานในปีพ.ศ. 2538 และขึ้นมาเป็นอาจารย์ผู้ดูแลพื้นที่ประเทศไทย (AreaTeacher) ในปีพ.ศ. 2541 พร้อมๆ กับอาจารย์นิรันดร์ ดูแลรับผิดชอบในการดำเนินกิจกรรมเผยแผ่วิปัสสนาทั้งหมดในประเทศไทยเรื่อยมา จวบจนกระทั่งท่านมีปัญหาสุขภาพรุนแรงขึ้นในช่วงบั้นปลาย และได้ถึงแก่กรรมจากไปอย่างสงบ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569 สิริอายุรวม 84 ปี ตลอดระยะเวลากว่า30 ปีที่ผ่านมาของชีวิตอาจารย์สุทธี ชโยดม อาจกล่าวได้ว่าแทบทุกลมหายใจและสรรพกำลังแรงกายทั้งหมด ล้วนอุทิศให้กับการเผยแผ่ธรรมอย่างที่สุด เคียงคู่ไปกับอาจารย์นิรันดร์ ผู้เป็นสามี โดยมิเห็นแก่เหน็ดเหนื่อย การจากไปของท่านจึงนับเป็นการสูญเสียบุคลากรอันทรงคุณค่ายิ่งของแนวทางการปฏิบัติวิปัสสนานี้ในประเทศไทย ขอให้คุณความดีที่ท่านได้บำเพ็ญมา จงเป็นดั่งแสงธรรมนำทางให้ท่านได้ไปสู่สัมปรายภพอันสุขสงบ และได้ดำเนินอยู่บนมรรคาแห่งธรรมสืบไป ตราบจนถึงพระนิพพานเทอญ ขอให้ท่านได้พบกับความสุข ความสงบ และหลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งมวลด้วยเทอญ |