ด้วยความรำลึกถึงอาจารย์สุทธี ชโยดม
Friday, 12 June 2026

  

หลักสูตรการอบรมวิปัสสนากรรมฐานในแนวทางของท่านอาจารย์อูบาขิ่นที่สอนโดยท่านอาจารย์โกเอ็นก้าตามศูนย์ต่างๆ ทั้งหมดในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางนั้น   มิอาจเกิดขึ้นได้เลย หากปราศจากหนึ่งในผู้บุกเบิกสำคัญอย่างอาจารย์สุทธี ชโยดม

 ท่านเป็นผู้ที่มีคุณูปการอย่างยิ่งยวดต่อวงการวิปัสสนากรรมฐาน ในแนวทางนี้ในประเทศไทย  เพราะนอกจากจะเป็นกำลังหลักในการริเริ่มก่อสร้างศูนย์ปฏิบัติวิปัสสนาแห่งแรกในประเทศไทยขึ้นเมื่อกว่าสามทศวรรษก่อน  (ร่วมกับอาจารย์ นิรันดร์ ชโยดม สามีของท่าน ซึ่งได้เสียชีวิตไปเมื่อหลายปีที่แล้ว)  รวมถึงศูนย์ฯ วิปัสสนาอื่นๆ ที่ตามมาอีกหลายแห่ง 

ที่สำคัญท่านยังเป็นผู้ที่ทุ่มเทเวลาอย่างมากให้กับการแปลคำสอนทั้งหมดของท่านอาจารย์โกเอ็นก้า  นับตั้งแต่หลักสูตร 10 วัน หลักสูตรสติปัฏฐาน หลักสูตร 3 วัน หลักสูตรระยะยาวทั้ง 20-30-45 และ 60 วัน ด้วยความวิริยะยิ่ง   เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้ปฏิบัติ   นอกจากนี้ ด้วยความที่ท่านจบอักษรศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  และมีอุปนิสัยชอบศึกษาค้นคว้า  อีกทั้งเป็นนักอ่านตัวยง  ทำให้ท่านต้องเข้ามารับหน้าที่เป็นบรรณาธิการจุลสารวิปัสสนาอยู่นานหลายปี  รวมถึงเป็นที่ปรึกษาของกองบรรณาธิการจุลสารวิปัสสนาในเวลาต่อมา ท่านมีภารกิจล้นมือที่ต้องรับผิดชอบกิจกรรมต่างๆ ของศูนย์ฯ ทั้งหมดในประเทศไทย  ตลอดจนงานอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมายเป็นพิเศษจากท่านอาจารย์โกเอ็นก้า

อาจารย์สุทธี ชโยดมได้เข้ามาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานแนวทางนี้เป็นครั้งแรกที่วัดชลประทานรังสฤษดิ์ ในปี พ.ศ. 2531  ซึ่งเป็นการจัดอบรมนอกสถานที่ โดยอาจารย์ผู้ช่วยชาวต่างชาติ  เพราะในขณะนั้นยังไม่มีศูนย์ฯ ในประเทศไทย   กระทั่งต่อมาในเดือนมีนาคม ปีพ.ศ. 2533 ท่านอาจารย์โกเอ็นก้าได้เดินทางมาประเทศไทย  เพื่ออำนวยการสอนวิปัสสนาด้วยตนเองที่ธรรมสถานว่องวานิช   โดยในครั้งนี้อาจารย์สุทธีได้เข้ามาทำหน้าที่เป็นล่ามให้แก่ผู้ปฏิบัติชาวไทย การอบรมครั้งนั้น สามีของท่านคืออาจารย์นิรันดร์มาเข้าร่วมการอบรมด้วยเป็นครั้งแรก   ภายหลังเสร็จสิ้นการอบรม  อาจารย์นิรันดร์และอาจารย์สุทธี ตลอดจนคณะศิษย์กลุ่มเล็กๆ  ที่มีศรัทธาอันแรงกล้า  ได้เล็งเห็นความสำคัญของการเผยแผ่วิธีการปฏิบัติแนวทางนี้ในประเทศไทย   จึงได้ร่วมหารือกันจนนำไปสู่การจัดตั้งมูลนิธิส่งเสริมวิปัสสนากรรมฐานภายใต้พระสังฆราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 โดยมีอาจารย์นิรันดร์และอาจารย์สุทธี เป็นกำลังหลักสำคัญในการสำรวจหาที่ดินเพื่อดำเนินการก่อสร้างศูนย์ฯ แห่งแรกในปีเดียวกันนั้นเอง  รวมทั้งศูนย์ฯ ต่างๆ ในเวลาต่อมา     

ท่านได้รับการแต่งตั้งจากท่านอาจารย์โกเอ็นก้า ให้ทำหน้าที่เป็นอาจารย์ผู้ช่วย (Assistant Teacher) ดำเนินการอบรมวิปัสสนากรรมฐานในปีพ.ศ. 2538  และขึ้นมาเป็นอาจารย์ผู้ดูแลพื้นที่ประเทศไทย (AreaTeacher) ในปีพ.ศ. 2541 พร้อมๆ กับอาจารย์นิรันดร์  ดูแลรับผิดชอบในการดำเนินกิจกรรมเผยแผ่วิปัสสนาทั้งหมดในประเทศไทยเรื่อยมา  จวบจนกระทั่งท่านมีปัญหาสุขภาพรุนแรงขึ้นในช่วงบั้นปลาย  และได้ถึงแก่กรรมจากไปอย่างสงบ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569  สิริอายุรวม 84  ปี 

ตลอดระยะเวลากว่า30 ปีที่ผ่านมาของชีวิตอาจารย์สุทธี ชโยดม  อาจกล่าวได้ว่าแทบทุกลมหายใจและสรรพกำลังแรงกายทั้งหมด ล้วนอุทิศให้กับการเผยแผ่ธรรมอย่างที่สุด เคียงคู่ไปกับอาจารย์นิรันดร์ ผู้เป็นสามี  โดยมิเห็นแก่เหน็ดเหนื่อย การจากไปของท่านจึงนับเป็นการสูญเสียบุคลากรอันทรงคุณค่ายิ่งของแนวทางการปฏิบัติวิปัสสนานี้ในประเทศไทย

ขอให้คุณความดีที่ท่านได้บำเพ็ญมา  จงเป็นดั่งแสงธรรมนำทางให้ท่านได้ไปสู่สัมปรายภพอันสุขสงบ  และได้ดำเนินอยู่บนมรรคาแห่งธรรมสืบไป ตราบจนถึงพระนิพพานเทอญ   ขอให้ท่านได้พบกับความสุข  ความสงบ  และหลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งมวลด้วยเทอญ

Last Updated ( Friday, 12 June 2026 )
 
การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
Monday, 12 March 2007

สอนโดยท่านอาจารย์โกเอ็นก้า

 

วิปัสสนาหมายถึงการมองดูสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริง เป็นวิธีการปฏิบัติกรรมฐานที่เก่าแก่ที่สุดวิธีหนึ่งของอินเดีย ซึ่งได้สาบสูญไปจากมนุษยชาติเป็นเวลานาน  แต่ได้รับการค้นพบอีกครั้งโดยองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อกว่า 2,500 ปีมาแล้ว หลักสูตรการอบรมวิปัสสนาใช้เวลาทั้งสิ้น 10 วัน

ในระหว่างนี้ผู้เข้ารับการอบรมจะได้เรียนรู้วิธีการปฏิบัติควบคู่ไปกับการปฏิบัติ โดยไม่มีการเสียค่าใช้จ่ายใดๆ  ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายในการอบรมทั้งหมดล้วนมาจากเงินบริจาคของผู้เข้ารับการอบรมรุ่นก่อนๆ ที่ได้รับประโยชน์จากการเข้าอบรม  และมีความปรารถนาจะให้ผู้อื่นได้รับประโยชน์เช่นเดียวกับตน

ปัจจุบันการอบรมวิปัสสนากรรมฐานได้ขยายไปสู่กลุ่มชนทุกเชื้อชาติศาสนา ทั้งในซีกโลกตะวันออกและตะวันตกทั่วทุกทวีป  ไม่ว่าจะเป็นประเทศอินเดีย เนปาล ศรีลังกา ไทย พม่า กัมพูชา ไต้หวัน อินโดนีเซีย จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง มองโกเลีย อิหร่าน โอมาน อิสราเอล สหรัฐอาหรับอิมิเรสต์ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ รัสเซีย ยุโรป อังกฤษ ฮังการี อเมริกา แคนาดา เม็กซิโก อาร์เจนติน่า อุรุกวัย คิวบา เวเนซูเอล่า ซิมบับเว เคนย่า อัฟริกาใต้ ฯลฯ โดยจัดขึ้นทั้งที่ศูนย์วิปัสสนา และโดยการเช่ายืมสถานที่ในกรณีที่ประเทศนั้นๆ ยังไม่มีศูนย์ถาวร

นอกจากหลักสูตรการอบรมวิปัสสนา 10 วันสำหรับบุคคลทั่วไปแล้ว ยังมีหลักสูตร 10 วันซึ่งจัดขึ้นเฉพาะพระภิกษุ และหลักสูตรวิปัสสนาในเรือนจำ รวมทั้งหลักสูตรอานาปานสติ สำหรับเด็กและเยาวชน อีกด้วย

หลังจากท่านได้อ่าน คำแนะนำในการเข้าอบรม หลักสูตร 10 วัน และตรวจสอบ ตารางการอบรม ของศูนย์ที่ท่านปรารถนาจะเข้าปฏิบัติ  แล้วสามารถกรอกแบบฟอร์มใบสมัครออนไลน์โดยคลิกเลือกศูนย์ฯ ที่ท่านต้องการเข้าอบรม หรือต้องการ ดาวน์โหลดใบสมัคร เพื่อส่งทางไปรษณีย์

Last Updated ( Friday, 05 February 2021 )
 
กรุณางดการสมัครหลายๆ คอร์ส ในเวลาเดียวกัน
Wednesday, 17 February 2010

เนื่องจากมีหลายคอร์ส ที่มีวันและเวลาในการอบรมเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน จึงมีผู้สมัครบางท่านสมัครไปหลายๆ ศูนย์ หลายๆ คอร์ส พร้อมๆ กัน เนื่องจากเกรงว่าจะพลาดการเข้านั่งปฏิบัติ

การใช้วิธีดังกล่าว จะทำให้ผู้สมัครอื่นๆ ที่สมัครทีหลัง ไม่สามารถสมัครเข้าปฏิบัติได้ทัน

ทางเราจึงอยากขอความกรุณาให้ผู้สมัคร งด การสมัครหลายๆ คอร์สพร้อมๆ กัน โดยหากท่านเกรงว่าคอร์สจะเต็มก่อน ขอความกรุณาให้ท่านใช้วิธีสมัครล่วงหน้าเป็นเวลานานแทน

 

ศูนย์ฯ จะเริ่มดำเนินการติดต่อกลับไปยังท่านประมาณ 3 เดือนก่อนวันเปิดการอบรม หากท่านสมัครล่วงหน้าเป็นเวลานาน และยังไม่ได้รับการติดต่อจากศูนย์ฯ ในช่วงเวลาดังกล่าว กรุณาติดต่อศูนย์ฯ

 

ในกรณีที่ท่านสมัครมากกว่าหนึ่งศูนย์ฯ ในเวลาเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน ใบสมัครจะไม่ได้รับการพิจารณาจนกว่าท่านจะแจ้งยกเลิกให้เหลือเพียงศูนย์ฯ เดียว

 

สำหรับท่านที่สมัครหลายหลักสูตรในเวลาต่างๆ กัน ใบสมัครของท่านจะได้รับการพิจารณาทีละหลักสูตร เมื่อท่านผ่านการอบรมหลักสูตรหนึ่งแล้วจึงจะพิจารณาหลักสูตรต่อไป

Last Updated ( Monday, 26 August 2013 )